จุ่มยาและกักปะการังใหม่ก่อนลงตู้รีฟ: ทำไมจุ่มครั้งเดียวไม่พอ และต้องจุ่มซ้ำเมื่อไหร่
โดย ทีมความรู้ Aquazaa16 ก.ค. 256917 views0 ความคิดเห็น
ปะการังตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมา คือช่องทางอันดับต้น ๆ ที่ศัตรูพืชจะเข้าตู้รีฟของเรา ตัวเต็มวัยหลายชนิดพรางตัวจนกลืนไปกับเนื้อปะการัง มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น และกว่าจะรู้ตัวก็ระบาดทั้งตู้แล้ว การจุ่มยา (coral dip) และการกักปะการังก่อนลงตู้หลัก จึงเป็นขั้นตอนที่คุ้มค่าที่สุดขั้นตอนหนึ่งของการเลี้ยงรีฟ
ศัตรูพืชที่มักติดมากับปะการังใหม่
- หนอนแบนกินอะคร็อพอร่า (AEFW - Prosthiostomum acroporae) พรางสีจนเหมือนเนื้อปะการัง
- ทากเปลือยกินมอนติพอร่า (Montipora eating nudibranch) และทากกินซูโออันทิด
- เห็บแดง (red bugs), หนอนแบนแดง (red flatworms)
- หอยซันไดอัล, แมงมุมกินซูโออันทิด
- ดอกไม้ทะเลศัตรูพืช เช่น ไอป์ตาเซีย ที่ติดมากับฐานหรือ frag plug
หลักการสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อน
- ยาจุ่มทุกยี่ห้อฆ่าได้แต่ "ตัวเต็มวัย" เท่านั้น ไม่ฆ่าไข่ ไข่ที่ซ่อนตามซอกและฐานปะการังทนต่อยาจุ่มแทบทุกชนิด
- แปลว่าการจุ่มครั้งเดียวแล้วลงตู้เลย ยังไม่ปลอดภัย เพราะไข่จะฟักในตู้หลักของเรา
- ทางออกคือ จุ่มซ้ำเป็นรอบ ๆ ควบคู่กับการกักในตู้แยก เพื่อตัดวงจรชีวิตให้ขาด
ตัวเลขวงจรชีวิตจากงานวิจัย (AEFW, Rhodes et al. 2019)
- ไข่ฟักใช้เวลาราว 11 วัน ที่ 27-28 องศาเซลเซียส และราว 13 วัน ที่ 26 องศาเซลเซียส
- ตัวอ่อนโตเป็นตัวเต็มวัยพร้อมวางไข่ในราว 31 วัน ที่ 28 องศา, 35 วัน ที่ 27 องศา และ 40 วัน ที่ 26 องศา
- วงจรครบรอบขั้นต่ำราว 38 วัน ที่ 27 องศา
- ตัวอ่อนที่ฟักออกมาแต่ไม่มีอะคร็อพอร่าให้กิน ส่วนใหญ่ตายภายใน 2 วัน แต่ตัวที่ทนที่สุดอยู่ได้ถึง 9 วัน
- งานวิจัยจึงแนะนำให้จุ่มรอบที่สอง ในช่วงประมาณวันที่ 13 ถึง 31 หลังจุ่มรอบแรก คือหลังไข่ฟักหมดแล้ว แต่ก่อนตัวใหม่จะโตพอวางไข่รอบถัดไป
ขั้นตอนการจุ่มปะการัง
- เตรียมภาชนะ 2 ใบ ใส่น้ำทะเลจากตู้เรา ใบที่ 1 สำหรับผสมยา ใบที่ 2 สำหรับล้าง ใช้ภาชนะใสวางบนผ้าขาว จะเห็นตัวที่หลุดออกมาชัดขึ้นมาก
- ผสมยาตามฉลาก ตัวอย่าง Coral Rx สูตร Hobbyist ระบุ 20 มล. (ราว 4 ฝา) ต่อน้ำทะเล 1 แกลลอน (3.8 ลิตร) จุ่มนาน 5-10 นาที ยี่ห้ออื่นส่วนใหญ่ใช้ราว 5 มล. ต่อแกลลอน นาน 5-15 นาที ให้ยึดฉลากของยาที่ใช้เป็นหลักเสมอ
- ระหว่างจุ่มให้น้ำเคลื่อนไหว ด้วยหัวปั๊มเล็กหรือเขย่าปะการังเบา ๆ แล้วใช้ลูกยางเป่าไล่ตามซอกทุกมุม
- ครบเวลาแล้วย้ายไปล้างในภาชนะใบที่ 2 ก่อนนำลงตู้กัก
- ทิ้งน้ำยาและน้ำล้างทุกครั้ง ห้ามนำกลับมาใช้ซ้ำ เพราะศัตรูพืชที่ตายจะปล่อยสารพิษออกมา
- พิจารณาตัดปะการังออกจากฐานหรือ frag plug เดิม แล้วติดฐานใหม่ เพราะไข่มักถูกวางไว้ที่ฐานและซอกใต้ปะการัง
การกักปะการัง (Coral Quarantine)
- ตู้กักปะการังควร "ไม่มีปลาเลย" ตลอดเวลา เพราะปรสิตปลาอย่างจุดขาวหรือเวลเวตสามารถติดมากับน้ำ ฐาน หรือปะการังได้ แล้วจะรอดต่อในตู้ที่มีปลา
- ตู้กักไม่ต้องแพง ตู้เล็ก ไฟพอเลี้ยงปะการังชนิดนั้น ฮีตเตอร์ หัวปั๊มเล็ก และกรองแขวน ก็เพียงพอ
- ระยะเวลากักที่แหล่งข้อมูลแนะนำต่างกันไป ตั้งแต่ราว 4-8 สัปดาห์ สำหรับเน้นกันศัตรูพืชปะการัง ไปจนถึงราว 76 วัน ในแนวทางเข้มงวดที่ต้องการตัดความเสี่ยงปรสิตปลาด้วย ยิ่งกักนานยิ่งปลอดภัย
- ระหว่างกัก ให้ส่องดูปะการังสม่ำเสมอ สังเกตรอยกัดเป็นจุดขาวไร้เนื้อ โคนกิ่งถลอก โพลิปไม่บาน หรือสีซีดผิดปกติ
- ถ้าเจอศัตรูพืชระหว่างกัก ให้จุ่มซ้ำ แล้วนับเวลากักใหม่เพิ่มอีกราว 4 สัปดาห์
ข้อควรระวัง
- ห้ามผสมยาจุ่มหลายชนิดในภาชนะเดียวกัน และห้ามเทน้ำยาลงตู้หลักเด็ดขาด
- ห้ามเทน้ำจากถุงร้านลงตู้ ให้ตักปะการังออกมาอย่างเดียว
- ปะการังแต่ละชนิดทนยาไม่เท่ากัน ปะการังอ่อนและซูโออันทิดมักบอบบางกว่า ให้เริ่มจากเวลาสั้นที่สุดตามฉลากก่อน
- ยาฆ่าแมลงสำหรับสวน (เช่นสูตรที่มีอิมิดาโคลพริด) ถูกใช้กันในวงการแต่เป็นการใช้นอกฉลาก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสัตว์น้ำ หากไม่มั่นใจให้เลือกยาจุ่มที่ผลิตมาเพื่อปะการังโดยเฉพาะ
- ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ให้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์ทุกครั้ง และหากปะการังมีอาการผิดปกติรุนแรง ควรปรึกษาร้านที่เชื่อถือได้หรือสัตวแพทย์สัตว์น้ำ
สรุป
จุ่มยาเพื่อกำจัดตัวเต็มวัย กักตู้แยกแบบไม่มีปลาเพื่อรอไข่ฟัก แล้วจุ่มซ้ำเพื่อตัดวงจรก่อนตัวใหม่จะวางไข่ สามอย่างนี้ต้องทำร่วมกันถึงจะได้ผลจริง เสียเวลาเพิ่มไม่กี่สัปดาห์ต่อปะการังหนึ่งชิ้น แลกกับการไม่ต้องรื้อทั้งตู้ในภายหลัง ถือว่าคุ้มมาก
ที่มาภาพ: ภาพหนอนแบนกินอะคร็อพอร่า (AEFW) และรอยกัดบนเนื้อปะการัง จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ โดย Benjamin C. C. Hume, Cecilia D'Angelo, Anna Cunnington, Edward G. Smith, Jorg Wiedenmann / Wikimedia Commons (CC BY 1.0)
อ้างอิง: · · · · ·
