น้ำจืดน้ำจืด
เลี้ยงปลาทอง (Goldfish) ให้ถูกวิธี: ทำไมโหลแก้วถึงฆ่าปลา ขนาดตู้ อุณหภูมิ และการให้อาหารที่ถูกต้อง
โดย ทีมความรู้ Aquazaa27 ก.ค. 256939 views0 ความคิดเห็น
ปลาทองเป็นปลาที่คนคุ้นเคยที่สุด แต่กลับเป็นปลาที่ถูกเลี้ยงผิดวิธีมากที่สุดเช่นกัน ความเชื่อว่า "ปลาทองเลี้ยงในโหลแก้วเล็ก ๆ ได้" คือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ปลาทองส่วนใหญ่ตายเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน ทั้งที่จริงแล้วปลาทองที่เลี้ยงถูกวิธีมีอายุยืนหลายปีและตัวโตได้มาก
ความเชื่อผิด ๆ ที่ควรเลิก
- โหลแก้ว/ตู้จิ๋วไม่ใช่ที่อยู่ของปลาทอง ปลาทองขับของเสียมาก แอมโมเนียในน้ำปริมาณน้อยที่ไม่มีระบบกรองและไม่มีการหมุนเวียนน้ำ สามารถพุ่งขึ้นถึงระดับเป็นพิษได้ภายใน 24-48 ชั่วโมง ทำลายเหงือกและไต
- ปลาทองไม่ได้ "โตตามขนาดตู้" อย่างปลอดภัย ตู้เล็กทำให้แคระ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และอายุสั้นลง ไม่ใช่ปลาที่แข็งแรงขึ้น
- ปลาทองไม่ใช่ปลาเลี้ยงง่ายสำหรับมือใหม่เสมอไป เพราะเป็นปลาน้ำเย็นที่สกปรกมาก ต้องการระบบกรองและการดูแลน้ำที่ดีกว่าปลาเขตร้อนตัวเล็กหลายชนิด
อุณหภูมิและชนิดของน้ำ
- ปลาทองเป็นปลาน้ำเย็น (coldwater) ช่วงที่เหมาะสมประมาณ 18-23 องศาเซลเซียส และทนได้กว้างราว 10-21 องศาเซลเซียส ในห้องปกติมักไม่จำเป็นต้องใช้ฮีตเตอร์
- ด้วยเหตุนี้จึงไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาเขตร้อนที่ต้องการน้ำอุ่นกว่า (เช่น 25-28 องศาเซลเซียส) เพราะอุณหภูมิไม่ตรงกัน และปลาทองมักงับปลาตัวเล็กกินด้วย
ขนาดตู้ที่แนะนำ
- ปลาทองสายพันธุ์ทรงกลม/หางพวง (fancy เช่น ออรันดา รันชู หัวสิงห์ ตาโปน) ควรเริ่มที่ประมาณ 20 แกลลอน (~75 ลิตร) สำหรับตัวแรก และเพิ่มราว 10 แกลลอน (~40 ลิตร) ต่อปลาเพิ่มหนึ่งตัว โตเต็มที่ราว 15-20 ซม.
- ปลาทองหางเดี่ยว/ลำตัวยาว (common, comet, shubunkin) โตใหญ่มากถึง 25-30 ซม.ขึ้นไป ต้องการตู้ใหญ่มาก (40 แกลลอนขึ้นไปต่อตัว) หรือเลี้ยงในบ่อจะเหมาะกว่า
- เลือกตู้ที่กว้างและมีพื้นที่ผิวน้ำมาก ดีกว่าตู้ทรงสูงแคบ เพราะช่วยเรื่องการแลกเปลี่ยนออกซิเจน
ระบบกรองและการเปลี่ยนน้ำ
- ปลาทองของเสียเยอะ ต้องใช้กรองที่แรงพอ โดยทั่วไปแนะนำอัตราหมุนเวียนน้ำอย่างน้อย 4 เท่าของปริมาตรตู้ต่อชั่วโมง และควรมีการกวนผิวน้ำเพื่อเพิ่มออกซิเจน
- ควรมีรอบไนโตรเจนที่สมบูรณ์ก่อนปล่อยปลา และเปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอ (ราว 25-50% ต่อสัปดาห์ ขึ้นกับค่าไนเตรต) พยายามคุมไนเตรตให้ต่ำ อ้างอิงแนวทางทั่วไปคือไม่ควรเกิน 50 ppm
การให้อาหาร
- ปลาทองเป็นปลากินทั้งพืชและสัตว์ ควรให้อาหารเม็ดคุณภาพดี เสริมด้วยไรทะเลแช่แข็งหรือผักลวก ให้ทีละน้อยวันละ 1-2 ครั้ง เท่าที่กินหมดในเวลาสั้น ๆ
- อาหารเม็ดจม (sinking pellet) หรืออาหารเจล ช่วยลดการที่ปลาฮุบอากาศที่ผิวน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นปัญหาถุงลม (swim bladder) โดยเฉพาะในสายพันธุ์ทรงกลม การให้อาหารมากเกินไปคือสาเหตุหลักของอาการท้องอืดและว่ายตะแคง
ข้อควรระวัง
- อย่ารีบปล่อยปลาลงตู้ใหม่ที่ยังไม่ผ่านการรันระบบ
- แน่นตู้เกินไปคือความผิดพลาดที่พบบ่อย ให้ยึดตามพื้นที่จริง ไม่ใช่จำนวนตัว
- หากปลามีอาการผิดปกติ ควรตรวจค่าน้ำก่อนเป็นอันดับแรก เพราะปัญหาส่วนใหญ่มาจากคุณภาพน้ำ
สรุป
ปลาทองไม่ใช่ปลาโหล แต่เป็นปลาน้ำเย็นตัวโตที่ของเสียเยอะและอายุยืน หากให้ตู้ที่ใหญ่พอ กรองแรงพอ คุมค่าน้ำ และให้อาหารพอดี ปลาทองแฟนซีจะอยู่ได้ราว 5-10 ปี ส่วนสายพันธุ์หางเดี่ยวอาจยืนถึง 10-20 ปีหรือมากกว่า
ที่มาภาพ: ภาพปลาทอง (Carassius auratus) โดย James St. John / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)
อ้างอิง: https://www.aquariumcoop.com/blogs/aquarium/care-guide-for-fancy-goldfish · https://fresh.bulkreefsupply.com/content/post/a-beginners-guide-to-goldfish-care · https://www.petmd.com/fish/care/how-to-take-care-of-goldfish · https://www.tfhmagazine.com/articles/freshwater/goldfish-myths-debunked · https://www.chewy.com/education/fish/goldfish/what-size-goldfish-tank-do-i-need
