ตั้งกระทู้ แบ่งปันประสบการณ์ และถามเรื่องสัตว์น้ำตามห้องต่าง ๆ โดยระบบยังคุม compliance เหมือน marketplace หลัก
1 กระทู้
บทนำ ไรทะเลตัวอ่อน (baby brine shrimp หรือ BBS) คืออาหารมีชีวิตที่ลูกปลาแทบทุกชนิดปฏิเสธไม่ได้ ทั้งลูกปลาน้ำจืดอย่างปลากัด ปลาหางนกยูง ปลาคิลลี่ และลูกปลาทะเล เพราะขนาดพอดีคำ ว่ายน้ำกระตุ้นสัญชาตญาณล่า และมีไข่แดงติดตัวมาเต็ม ๆ สิ่งที่คนเลี้ยงส่วนใหญ่ไม่รู้คือ คุณค่าทางอาหารของมันเริ่มลดลงตั้งแต่ชั่วโมงแรกหลังฟัก บทความนี้สรุปวิธีฟักให้ได้อัตราฟักสูง และจังหวะที่ควรให้อาหาร หลักการ: ทำไมไข่ไรทะเลถึงฟักได้ - สิ่งที่เราซื้อมาไม่ใช่ "ไข่" ธรรมดา แต่เป็นซีสต์ (cyst) ที่ตัวอ่อนหยุดการเจริญไว้ในสภาพแห้ง เก็บได้นานเป็นปี - ซีสต์มีขนาดราว 200-300 ไมครอน เมื่อฟักออกมาเป็นตัวอ่อนระยะนอเพลียส (nauplius) ขนาดราว 400-500 ไมครอน - ต้องมี น้ำเค็ม + ความอบอุ่น + ออกซิเจน + แสง ครบทั้งสี่อย่าง ตัวอ่อนถึงจะกลับมาเดินเมตาบอลิซึมต่อและฟักออก ค่าที่ควรตั้ง - ความเค็ม: ราว 25-35 ppt (ถ.พ. ประมาณ 1.018-1.026) แหล่งข้อมูลต่างกันบ้าง บางเจ้าแนะนำ 25 ppt (1.018) บางเจ้าใช้ 1.023-1.030 ให้เลือกในช่วงนี้ได้ตามสะดวก ข้อมูล FAO ระบุว่าต่ำกว่า 5 ppt ตัวอ่อนจะฟักแต่ตายเร็ว และสูงกว่า 70 ppt จะไม่ฟักเลย - ใช้เกลือที่ไม่มีไอโอดีน (เกลือทะเลสำหรับตู้ปลา หรือเกลือสินเธาว์ที่ไม่เสริมไอโอดีน) - อุณหภูมิ: 26-28 องศาเซลเซียส คือช่วงที่ฟักครบใน 24 ชั่วโมง อย่าให้เกิน 30 องศา เพราะอัตราฟักจะตก ถ้าเย็นกว่านี้ฟักได้แต่ช้าลงและไม่สม่ำเสมอ - pH: ควรเริ่มที่ 8.0 ขึ้นไป (ช่วงเหมาะสม 8.0-9.0) ถ้าน้ำที่ใช้เป็นกรด เติมดีเกลือ (Epsom salt) ประมาณครึ่งช้อนชาต่อน้ำ 1 ลิตร ช่วยยกค่าและบัฟเฟอร์ได้ - แสง: ต้องมีแสงส่องเพื่อกระตุ้นการฟัก เปิดไฟทิ้งไว้ตลอดช่วงฟักจะได้ผลดีที่สุด - อากาศ: เป่าอากาศแรงตลอดเวลาเพื่อให้ซีสต์ลอยฟุ้งไม่จมกอง แนะนำใช้ปลายสายลมแข็งเปล่า ๆ ไม่ต้องใส่หัวทราย เพราะฟองละเอียดเกินไปจะตีตัวอ่อนบอบช้ำ - ปริมาณซีสต์: ประมาณ 1 กรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร (ราวครึ่งช้อนชาต่อลิตร) ใส่มากกว่านี้ออกซิเจนไม่พอ อัตราฟักจะตก - เวลาฟัก: ราว 18-36 ชั่วโมง โดยทั่วไปฟักครบใน 24 ชั่วโมงที่ 28 องศา ไข่เก่าที่เก็บไว้หลายเดือนอาจต้องรอ 30-36 ชั่วโมง ช่วงเวลาทอง: ทำไมต้องรีบให้ - ตัวอ่อนที่เพิ่งฟัก (Instar I) ยังไม่มีปากใช้งานได้ กินอะไรไม่ได้เลย ต้องอาศัยไข่แดงในตัวอย่างเดียว นี่คือช่วงที่มันมีคุณค่าสูงสุด - หลังจากนั้นราว 8-12 ชั่วโมง (ตัวเลขต่างกันไปตามอุณหภูมิและความเค็ม บางแหล่งระบุกว้างถึง 6-30 ชั่วโมง) มันจะลอกคราบเป็น Instar II เริ่มกินอาหารได้ แต่คุณค่าลดลงแล้ว - ข้อมูลจาก FAO ระบุว่าตัวอ่อนที่ไม่ได้กินอะไรจะเผาผลาญพลังงานสำรองไป 25-30 เปอร์เซ็นต์ภายใน 24 ชั่วโมงหลังฟัก แปลว่าถ้าให้ช้า ปลาต้องกินมากขึ้นเพื่อให้ได้สารอาหารเท่าเดิม (ต้องฟักซีสต์เพิ่มราว 20-30 เปอร์เซ็นต์) - Instar II ยังตัวใส ตัวใหญ่ขึ้น และว่ายเร็วขึ้น ลูกปลาจับกินยากกว่า Instar I อีกด้วย - สรุปคือ เก็บมาให้ปลาภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังฟักดีที่สุด เก็บเกี่ยวและเก็บรักษา - ปิดอากาศ ทิ้งไว้ 5-10 นาที เปลือกจะลอยขึ้นด้านบน ตัวอ่อนสีส้มจะรวมกองที่ก้นภาชนะ (ล่อด้วยไฟส่องด้านล่างช่วยได้เพราะตัวอ่อนเข้าหาแสง) - ดูดเฉพาะชั้นตัวอ่อนออกมา ระวังอย่าให้เปลือกติดไปด้วย เพราะปลากินเข้าไปแล้วย่อยไม่ได้ - กรองผ่านผ้าตาถี่แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนให้ปลาทุกครั้ง เพื่อไม่ให้น้ำเค็มและของเสียลงตู้ โดยเฉพาะตู้น้ำจืดขนาดเล็ก - ถ้าฟักได้เยอะเกิน เก็บตัวอ่อน Instar I ในตู้เย็นที่ 2-4 องศาเซลเซียส ได้นานกว่า 24 ชั่วโมง โดยพลังงานลดลงไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นวิธีที่คุ้มที่สุดในการยืดอายุความสด - ซีสต์ที่เหลือ ปิดให้สนิทกันความชื้น เก็บตู้เย็นที่ไม่เกิน 4 องศาได้ราว 3-4 สัปดาห์ ถ้านานกว่านั้นให้แช่แข็ง ความชื้นคือศัตรูตัวจริงที่ทำให้อัตราฟักตก ข้อควรระวัง - อย่าปล่อยให้อุณหภูมิเกิน 30 องศา อัตราฟักจะตกอย่างชัดเจน - อย่าเทน้ำในโหลฟักลงตู้ปลาโดยตรง เพราะมีทั้งเปลือก ซีสต์ที่ไม่ฟัก และของเสีย ซีสต์ที่ไม่ฟักถ้าปลากินเข้าไปอาจอุดตันทางเดินอาหาร - ไรทะเลตัวเต็มวัยที่เลี้ยงต่อจนโตมีคุณค่าทางอาหารต่ำกว่าตัวอ่อนมาก ถ้าจะใช้เป็นอาหารหลักควรเสริมคุณค่า (enrich) ก่อน ไม่ใช่ให้เปล่า ๆ - การลอกเปลือกซีสต์ด้วยน้ำยาฟอกขาว (decapsulation) ช่วยเพิ่มอัตราฟักและตัดปัญหาเปลือกได้จริง แต่เกี่ยวข้องกับสารเคมีเข้มข้น ต้องล้างให้หมดจดและทำตามฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด มือใหม่แนะนำให้ฟักแบบปกติไปก่อน - ไรทะเลเป็นอาหารเสริมที่ดีสำหรับลูกปลาและปลาโตเต็มวัย แต่ไม่ควรเป็นอาหารชนิดเดียวตลอดชีวิต ควรสลับกับอาหารอื่นเพื่อความสมดุล สรุป สูตรตั้งต้นที่ใช้ได้จริง: น้ำเค็ม 25-35 ppt, 26-28 องศา, pH 8 ขึ้นไป, เปิดไฟและเป่าอากาศตลอด, ซีสต์ 1 กรัมต่อลิตร, รอ 24 ชั่วโมง แล้วรีบเก็บมาให้ปลาภายในไม่กี่ชั่วโมงแรก ถ้าจำง่ายแค่ประโยคเดียวคือ ฟักให้ครบ 24 ชั่วโมง แล้วให้ทันที เพราะทุกชั่วโมงที่ปล่อยไว้ คือคุณค่าอาหารที่หายไปจากตัวมันเอง ที่มาภาพ: ภาพไรทะเล (Artemia) มีชีวิตที่เตรียมไว้ให้อาหารปลา โดย Saul Dolgin / Wikimedia Commons (CC BY 2.0) หมายเหตุ: ภาพนี้เป็นไรทะเลตัวโตแล้ว ไม่ใช่ตัวอ่อนนอเพลียสวันแรกที่บทความกล่าวถึงเป็นหลัก ซึ่งมีขนาดเพียงราว 400-500 ไมครอน อ้างอิง: https://www.brineshrimpdirect.com/about-us/articles/brine-shrimp-hatching-instructions-equipment/ · https://www.fao.org/4/w3732e/w3732e0o.htm · https://www.fao.org/4/w3732e/w3732e0m.htm · https://www.fao.org/4/ac062e/ac062e03.htm · https://nanotanksaustralia.com.au/blogs/artemia/the-complete-guide-to-artemia-brine-shrimp-biology-cysts-and-hatching · https://angelsplus.com/pages/brine-shrimp-egg-hatching-tips
โดย ทีมความรู้ Aquazaaactive 15 ก.ค. 25690200